คำถามที่พบบ่อย
บ้านประหยัดพลังงาน
- การสร้างบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงานแบบที่ทางกรมออกแบบให้กับประชาชนที่สนใจนั้นเป็นแบบที่ออกแบบให้ในปี 47 ยังไม่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมในขณะนี้
- ในขณะนี้มีผู้สนใจขอแบบบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงานของ พพ. มีเป็นจำนวนมากในส่วนแบบบ้านแบบ C ขอแนะนำให้สอบถามคุณสุธีร์ จันทรสุกศรี เนื่องจากบ้านของคุณสุธีร์เป็นแบบ C ที่ดำเนินก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถสอบถามได้ที่ suthee.j@cattelecom.com และ suthee.ja@catcommerce.com
- ในแบบจะมีวิธีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เหมาะสมกับทิศทางของตัวบ้านอยู่ในภาคผนวกของแบบบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน
- โครงสร้างหลังคาที่ออกแบบไม่ได้ออกแบบไว้รองรับอุปกรณ์ดังกล่าว
- แบบบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงานสามารถดาวน์โหลดแบบบ้านได้ที่http://www2.dede.go.th/newhomesafe/webban/bansabai.htm สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับแบบบ้านได้ที่ หน่วยลูกค้าสัมพันธ์ อาคาร 8 ชั้น 1 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเชิงสะพานกษัตริย์ศึก ยศเส ปทุมวัน กทม. 10330 โทร. 02-226-2310 (4คู่สาย)
พลังงานทดแทน
ตอบคุณYadphirun จากคำถามมันกว้างมาก ถ้าหมายถึงการประหยัดพลังงานในระบบอุตสาหกรรม ตัวแปรค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจะมีหลักๆอยู่ 3 ประการ คือ พลังงานไฟฟ้า /พลังงานเชื้อเพลิง / การสูญเสียพลังงานทางบริษัท EMT.เป็นที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะด้านเชื้อเพลิง ถ้าอย่างไรให้ทางบริษัทฯเข้าไปตรวจสอบระบบให้ก่อนว่าจะต้องปรับปรุงอะไรได้บ้างเพื่อการประหยัดพลังงานของท่าน...... ติดต่อ ที่ คุณ กอบกุล 081-515 1910 ครับ
สิทธิประโยชน์ทางภาษี
ขอชื่อบริษัทฯ และเบอร์โทรศัพท์ เพื่อติดต่อกลับ หรือติดต่อคุณโสภณ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้โดยตรงได้ที่หมายเลข 0813413947 ทางคุณโสภณจะตรวจสอบให้ผู้มีสิทธิ์ได้เงินสนับสนุน
- เจ้าของกิจการที่เป็นเอกชนและมีการดำเนินกิจการตามคุณสมบัติต่อไปนี้
- เป็นสถานประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และทำการจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทย (อาทิเช่น โรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจบริการและอาคาร ฟาร์มปศุสัตว์ เป็นต้น)
- ต้องมีผู้สอบบัญชีที่มีใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี (ก.บช.) หน่วยงานในสังกัดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และผู้สอบบัญชีที่เซ็นต์ ลายมือชื่อรับรองงบการเงินที่จะต้องไม่ถูกขึ้นบัญชีดำ และเพิกถอนใบ อนุญาต (ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จาก หน่วยงาน ก.บช. เช่นเดียวกัน)
- สถานประกอบการต้องมีนโยบาย แนวทาง วิธีการ และเป้าหมายการดำเนินงานด้านพลังงานที่ชัดเจนและมี โครงสร้างทีมงานด้านพลังงาน โดยระบุ บุคคล อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบ โดยกำหนดโครงสร้างการบริหารบุคคลที่ชัดเจน
วิธีการในการคัดเลือกสถานประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการ
- พิจารณาให้สิทธิ์สถานประกอบการเข้าร่วม ตามลำดับการส่งหลักฐานการสมัคร ก่อน-หลัง
- เริ่มรับสมัครสำหรับสถานประกอบการที่สนใจ ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 50 จนถึง 15 พ.ค. 51 (ทั้งนี้อยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษี ระยะที่ 2 ในแต่ละราย) หรือจนกว่าใช้เงินสนับสนุนครบตามวงเงิน 100 ล้านบาท
จำนวนเงินที่ให้การสนับสนุน
- มาตรการที่ดำเนินการต้องไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเกินกว่าค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
- มาตรการที่ดำเนินต้องลดการใช้พลังงานเดิม หรือลดมูลค่าการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและพนังงานจากต่างประเทศ
- มาตรการที่ดำเนินการต้องมีการลงทุนในอุปกรณ์หรือกระบวนการผลิตอันก่อให้เกิดผลประหยัดด้านพลังงานอย่างถาวร
- พิจารณาให้สิทธิ์เข้าร่วม แก่ข้อเสนอโครงการอนุรักษ์พลังงาน ที่ผู้เข้า-ร่วมโครงการที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนในรูปของเงินได้เปล่า จากกองทุนอนุรักษ์พลังงานเป็นลำดับแรก
- มาตรการที่ดำเนินการต้องมีผลประหยัดจากการประเมินต่ำกว่า100,000 บาทต่อมาตรการต่อปี โดยกำหนดวงเงินภาษีสนับสนุนรวมสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อสาขา
- มาตรการที่นำเสนอทุกมาตรการของสถานประกอบการจะต้องได้รับ การเห็นชอบจากกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองบริษัทการยื่นเรื่องขอเพิ่มเติมและ/หรือเปลี่ยนแปลงมาตรการ
ผลประหยัดที่คาดว่าจะได้รับและวงเงินภาษีสนับสนุน
- สถานประกอบการแต่ละแห่ง สามารถยื่นเรื่องขอเพิ่มเติม และ/หรือ เปลี่ยน แปลงมาตรการ ผลประหยัดที่คาดว่า จะได้รับและวงเงินสนับสนุนได้ 1 ครั้ง หลังจากที่คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว ต้องมีมูลเหตุ จากการเพิ่ม/ลดเงินลงทุน และ/หรือ เปลี่ยนแปลงขนาด อุปกรณ์
ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
- สถานประกอบการต้องจัดหาเครื่องมือ และตรวจวัดการใช้พลังงานก่อนการปรับปรุง และส่งข้อมูลการตรวจวัดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้ที่ปรึกษาตรวจสอบการใช้พลังงานรับรอง ภายในระยะเวลา 60 วัน นับแต่ผ่านการอนุมัติเข้าร่วมโครงการฯ
- สถานประกอบการต้องดำเนินมาตรการหรือ ติดตั้งอุปกรณ์อนุรักษ์พลังงานให้แล้วเสร็จในวันที่ 15 สิงหาคม 2551
- สถานประกอบการต้องตรวจวัดการใช้พลังงานหลังการปรับปรุง และส่ง ข้อมูลการตรวจวัดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ที่ปรึกษาตรวจสอบการใช้พลังงานรับรองผลภายในระยะเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ติดตั้งอุปกรณ์เสร็จ
จำนวนเงินที่เบิกจ่ายจริงตามสิทธิ์ที่ได้
- นำผลประหยัดที่ตรวจวัดได้จริงในปีภาษี 2551 มาคิดเป็นเงินสนับสนุนโดยเริ่มนับจากวันที่ติดตั้งอุปกรณ์แลเสร็จ จนสิ้นสุดปีภาษี 2551
- จ่ายเงินสนับสนุนไม่เกินกว่าที่สถานประกอบการชำระภาษีประจำปี 2551 ต่อกรมสรรพากร
เป็นโครงการที่ให้สิทธิประโยชน์จากการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงาน โดยจะมีการตรวจวัดการใช้พลังงานก่อนและหลังการปรับปรุงเพื่อตรวจสอบผลประหยัดที่เกิดขึ้นต่อปี แล้วนำมาคูณเข้ากับภาษีเงินได้นิติบุคคลซึ่งก็จะเป็นสิทธิประโยชน์ที่ทางสถานประกอบการจะได้รับ ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อแห่ง โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 100 ล้านบาท กำลังเปิดรับสมัคร จนถึงวันที่ 15 พ.ค. 51 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงินสนับสนุน 100 ล้านบาท
การคำนวณสิทธิประโยชน์
- สิทธิประโยชน์ = [ผลประหยัดที่ตรวจวัดได้จริงในปีภาษี 2551 x อัตราการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ; ร้อยละ 30, 25, 15]
เงื่อนไขการขอรับสิทธิประโยชน์
- ผู้ขอรับสิทธิ์ต้องเป็นผู้ประกอบการประเภทโรงงานและอาคารเอกชน
- สนับสนุนเป็นจำนวนเงินสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อสถานประกอบการ/สาขาที่ตั้ง และจ่ายเงินสนับสนุนไม่เกินกว่าที่ชำระภาษีปี 2551 ต่อกรมสรรพากร
- ผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้จัดหาเครื่องมือการตรวจวัด
- การรับรองผลผลประหยัดและสิทธิประโยชน์เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานและดุพินิจขอกรรมการ
มาตรการที่เข้าข่ายการขอรับสิทธิประโยชน์
- มาตรการที่ดำเนินการต้องไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเกินกว่าค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
- มาตรการที่ดำเนินการต้องลดการใช้พลังงานเดิม หรือลดมูลค่าการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและ พลังงานจากต่างประเทศ
- มาตรการที่ดำเนินการต้องมีการลงทุนในอุปกรณ์หรือกระบวนการผลิตอันก่อให้เกิดผลประหยัดด้านพลังงานอย่างถาวร
- มาตรการที่ดำเนินการต้องมีผลประหยัดจากการประเมินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท/มาตรการ/ปี
- มาตรการที่นำเสนอจะต้องได้รับการเห็นชอบจากกรรมการผู้มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรอง บริษัท
- สถานประกอบการสามารถขอเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงมาตรการได้ 1 ครั้ง ภายหลังจากได้รับอนุมัติการเข้าร่วมโครงการ และต้องมีมูลเหตุจากการเพิ่ม/ลดการลงทุน และ/หรือ เปลี่ยนแปลงขนาดอุปกรณ์
ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์อำนวยการโครงการสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
กระทรวงพลังงาน อาคาร 8 ชั้น 2 เลขที่ 17 ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทรศัพท์ 0-2222-4485-6 โทรสาร 0-2222-4487
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.energy-tax.com , www.dede.go.th
อนุรักษ์พลังงาน
(๑) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๔๙๖
(๒) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕o๗
(๓) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒
(๔) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓o
จากคำถามเมื่อพิจารณาความต้องการดูเหมือนจะมี 3ข้อ
- ข้อมูลในกลุ่มของโรงงานประเภท อาหาร ที่เป็น SMEs ที่เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พลังงานกับ พพ
- เน้นเฉพาะโรงงาน(อาหาร)ที่มีการใช้ Boiler และ / หรือ
- เน้นเฉพาะโรงงาน ประเภทอาหาร ที่มีหม้อน้ำใช้งานและมีมาตราการ การนำความร้อนทิ้งจากก๊าซไอเสียมาใช้ประโยชน์อีก [ขอเสริมเพิ่มเติม ความร้อนทิ้งจากก๊าซไอเสีย นอกจาก Boiler แล้ว ยังมี Hot oil generator อีกซึ่งมีใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น แป้งฯ อื่น ๆอีก]
คำตอบ สำหรับข้อ 1& 2 ข้อมูลเป็นข้อมูลทั่วไป มิใช่เป็นข้อมูลเชิงลึก(ชื่อ - สถานที่ตั้ง - ประเภทอุตสาหกรรม-ปริมาณการใช้เชื้อเพลิง เวลาการทำงาน เป็นต้น).
และสำหรับข้อ 3 .มาตราการการพิจารณานำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่ (จากก๊าซร้อน)ไม่มีเสนอมาในรายงานฯ ของกลุ่ม SMEs อาจจะเป็นเพราะโรงงานฯเองต้องการข้อเสนอหรือข้อแนะนำที่สะดวก และง่าย นำไปใช้ได้เลย ลงทุนต่ำ สามารถดำเนินการได้เอง หรือช่างฝีมือท้องถิ่นก็สามารถทำได้ ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ฯ จึงไม่มีมาตราการในลักษณะดังกล่าวปรากฎในรายงานฯ
ไม่แน่ใจว่ากระทู้ที่ถามมา สนใจโรงงานที่มีศักยภาพในการที่จะนำควานร้อนทิ้งไปใช้ประโยชน์ ฯ หรือว่าโรงงานที่มีการนำเอาอุปกรณ์ฯมาติดตั้งฯและใช้งานแล้ว. อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำว่า Case ลักษณะนี้น่าจะมีผลการศึกษาฯ เอาไว้ (หรือโครงงาน - วิทยานิพนธ์ )ตามห้องสมุด ของมหาวิทยาลัยฯ (มจธ. ราม .ธรรมศาสตร์ . รังสิต AIT ฯลฯ)
ในปี 2551 พพ. มี 2 โครงการ
- โครงการฯ โรงงาน/อาคารควบคุม (ขนาดหม้อแปลงรวมกันมากกว่า 1,175 kVA) อยู่ระหว่างการจัดหาที่ปรึกษา จะคักเลือกเมื่อได้ที่ปรึกษาแล้ว
- โครงการฯ โรงงาน/อาคารขนาดกลางและเล็ก (นอกข่ายควบคุม,ขนาดหม้อแปลงน้อยกว่า 1,175 kVA) อยู่ระหว่างที่ปรึกษาดำเนินการหาและคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ
เกณฑ์การคัดเลือก :-
- ตามที่กำหนดในข้อ1และ 2 โดยผู้สมัครเข้าโครงการจะต้องไม่เคยเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พลังงานแบบมีส่วนร่วมมาก่อน และต้องมีศักยภาพการประหยัดพลังงาน คุณ ผชร. สมัครไว้ในชื่ออะไร โครงการตาม 1 หรือ 2 เมื่อไร กับใคร วิธีใด
สมัครในชื่อบริษัทไทยฟูคูวี จำกัด TSIC_ID 35609-0202 สมัครไปในโครงการ1ค่ะ ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ไปยังหน่วยลูกค้าสัมพันธ์ ถนนพระราม1ค่ะ
